dot
dot
ศาสตร์ดำเนิน / Way of Sartrayuth
dot
bulletหลักวิชาศาสตรายุทธ์
bulletTheory of Sartrayuth
bulletศิลปะศาสตราวุธแห่งสยาม
bulletArts of Thai weapon
bulletวัฒนธรรมชาวศาสตรายุทธ์
bulletCulture of Sartrayuth
bulletวรรณกรรมแห่งศาสตรา
bulletจดหมายเหตุ ศาสตรายุทธ์
bulletสมาชิก/Members
dot
พันธมิตร / Link
dot
bulletสมบูรณ์โฮมโดโจ
bulletวัดป่าศิวิไลซ์
bulletมวยเฮอลี่ฉวน
bulletมวยไชยาบ้านครูแปรง
bulletห้องศิลปการต่อสู้ pantip.com
bulletคนรักมีด
bulletThaiblades




ดาบไทย อาวุธกู้ชาติ article

 

   ประวัติศาสตร์ของชนเผ่าไทที่ต่อสู้กับผู้รุกรานและเคลื่อนย้ายเข้าสู่ตอนเหนือของดินแดนสุวรรณภูมิเป็นประวัติศาสตร์ของการต่อสู้มาโดยตลอด กว่าจะได้มาซึ่งผืนแผ่นดินที่เรียกว่าแผ่นดินไทยให้ลูกหลานได้อาศัยอยู่เย็นเป็นสุขตราบจนถึงวันนี้บรรพบุรุษไทยเราได้เข้าแลกมาด้วยชีวิตและเลือดเนื้อที่ทับถมกันลงไปสุดจะคณาได้จนแม้เมื่อได้ตั้งหลักปักฐานเป็นดินแดนที่เรียกว่าล้านนา สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี รัตนโกสินทร์ แล้วก็ตาม การต่อสู้กับข้าศึกก็ยังเกิดขึ้นอยู่เสมอมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายศตวรรษนี้ชนเผ่าไทได้ใช้ "ดาบ"เป็นอาวุธหลักมาโดยตลอด ประวัติศาสตร์ของชนเผ่าไทและประวัติของดาบจึงไม่เคยแยกจากกัน

   ด้วยประสบการณ์ในสนามรบและสงครามที่สั่งสมขึ้น จากมีดขนาดไม่ยาวนักที่ใช้กันมาในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประกอบเข้าด้วยภูมิปัญญาช่างตีดาบไทย ได้ปรับปรุงให้ใบดาบยาวขึ้น มีคมเพียงด้านเดียว ด้วยความหนาที่สันแล้วลาดลงมาเป็นรูปลิ่มสู่คมดาบ ทำให้ดาบแข็งแรงมีประสิทธิภาพในการฟันสูง จากดาบที่มีลักษณะตรงไม่ยาวนัก ใช้เสียบเอวหรือเหน็บหลังในสมัยสุโขทัยนั้น การประจัญบานด้วยดาบของทหารราบเดินเท้าซึ่งเป็นกำลังหลักของกองทัพให้ช่างตีดาบได้พัฒนาทั้งลักษณะ รูปแบบและคุณภาพใบดาบให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลาจนได้รูปแบบที่มีความหนาที่โคนแล้วลาดแบนไปทางปลายพร้อมทั้งค่อยๆขยายขนาดและความโค้งขึ้นเล็กน้อยที่ปลายดาบ ทำให้ใบดาบสามารถรับงานสมบุกสมบันได้เป็นอย่างดี เพื่อให้นักรบสามารถถอดดาบออกจากฝักได้รวดเร็ว ส่งผลให้ในการฟันจากด้านบนลงล่างรุนแรงขึ้น ช่างตีดาบได้ออกแบบให้สันดาบแอ่นงอขึ้นเล็กน้อยจนทำให้ได้ลักษณะที่โค้งงอที่สวยงาม นอกจากนี้ยังไม่ลืมที่จะเพิ่มเนื้อเหล็กลงไปให้ใบดาบซึ่งกว้างประมาณ3-4 ซ.ม. หนาดูบึกบึนสมลักษณะห้าวหาญของนักรบอีกด้วย

   ลักษณะใบดาบที่ชายไทยนิยมกันในสมัยอยุธยามีอยู่ 4 ชนิด ได้แก่ ดาบหัวปลาหลด ดาบหัวปลาซิว ดาบหัวตัด และดาบหัวบัว ดาบหัวปลาซิวมีปลายดาบแหลมและอาจงอนขึ้นเล็กน้อย ส่วนดาบหัวปลาหลดมีลักษณะปลายดาบคล้ายมีดโต้ เป็นลักษณะที่นิยมกันมากที่สุด ดาบหัวบัวก็มีลักษณะปลายดาบคล้ายดอกบัว โดยมีลักษณะเป็นใบดาบตรงมา ในสมัยรัตนโกสินทร์นี้กลับนิยมดาบหัวปลาซิว ซึ่งมีปลายแหลมงอนขึ้นเล็กน้อย

   ในด้านความยาวนั้น ด้วยรูปแบบวิธีขัดดาบสะพักบ่าที่ด้านหลังของนักรบไทยแล้วปล่อยให้ปลายด้านโผล่ยาวเหนือไหล่ขึ้นมานั้นเมื่อต้องการถอดดาบออกจากฝัก นักรบจะต้องจับด้ามตรงกระบังดาบดึงขึ้นไปด้านบนจนสุดช่องแขนแล้ว ตวัดปลายดาบขึ้นพร้อมที่จะหวดใบดาบลงไปนี้ การขัดดาบสะพายแล่งจึงต้องชักดาบด้วยวิธีนี้ จึงเป็นการกำหนดความยาวของของใบดาบไปโดยธรรมชาติว่าจะต้องยาวไม่เกินช่วงแขนของเจ้าของดาบ เฉลี่ยแล้วใบดาบไทยจึงยาวประมาณ 51 ซ.ม. ในขณะที่ด้ามดาบนั้นยาวตั้งแต่ 20 ซ.ม. ขึ้นไปจนถึงหนึ่งศอก มีขนาดใหญ่พอกำ ทำให้น้ำหนักของด้ามถ่วงน้ำหนักกับใบดาบได้ตามควรแล้วด้ามที่ยาวยังใช้เป็นเครื่องป้องกันช่วงแขนของเจ้าของดาบในสถานการณ์ฉุกละหุกขณะประจัญบานในสนามรบอีกด้วย

   ดาบที่ดีย่อมต้องสามารถรวมคุณสมบัติที่ดีแต่ขัดกันเข้าด้วยกันให้ได้ดาบที่แข็งแกร่งอย่างเดียวย่อมให้ผลการฟาดฟันเป็นที่น่าพอใจ แต่ดาบที่แข็งแกร่งย่อมหักง่ายเมื่อกระแทกกับโล่แขน ดั่ง หรือกระบังดาบของข้าศึก ในขณะที่ดาบที่ทำจากเหล็กอ่อนไม่หักแต่จะคดโค้ง บิดเบี้ยวงอ เสียรูปทรงทั้งยังยับย่นยู่ เมื่อฟาดไปกระทบกับเครื่องป้องกันตัว ดาบดีจึงต้องแข็งแกร่งทนแรงฟาดได้โดยไม่หัก ไม่งอไม่บิดโค้ง ช่างตีดาบที่ต้องเฉาะแหวะลงไปนั้น เป็นเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งในขณะที่ส่วนที่เป็นสันดาบเป็นเหล็กที่อ่อนกว่า ดาบจงมีความยืดหยุ่นในใบดาบพอควร นักรบไทยจึงสามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากใบดาบและสันดาบที่มีคุณภาพเหล็กต่างกัน

    การตีดาบที่ดีจึงเป็นงานที่ยุ่งยากนับตั้งแต่รวบรวมเหล็กจากแหล่งต่างๆ เท่าที่จะหาได้เข้าด้วยกัน เหล็กที่ได้จึงมีหลายชนิดปนกันที่จะต้องนำมาถลุงให้ได้เนื้อเหล็กที่มีความบริสุทธิ์มากที่สุดก่อนแล้วจึงนำไปตีทำเป็นแท่งเหล็กต่อไป แหล่งแร่ที่สำคัญนั้นมาจากลพบุรี สระบุรีและอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ชื่อว่าเหล็กบ่อนน้ำพี้ มีความบริสุทธิ์ของเนื้อเหล็กโดยธรรมชาติสูง จึงนิยมนำมาทำเครื่องใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว จนในสมัยอยุธยาความต้องการเหล็กตีไปทำดาบมีอยู่สูงมากจึงได้มีหมายกำหนดให้สงวนเหล็กบ่อนี้ไว้ใช้ในราชการเท่านั้น ดาบที่ตีขึ้นจากเหล็กบ่อนี้เป็นที่นิยมกันว่าเป็นดาบดี เรียกติดปากว่า ดาบน้ำพี้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว

IPB Image

   ในกระบวนการการตีดาบกันแล้ว ชาวไทยรู้จักดาบฟ้าฟื้นของขุนแผนในวรรณคดีไทยหันแทบทุกคนว่ามีวิธีการสลับซับซ้อนมากเริ่มตั้งแต่การเอาโลหะนานาชนิดมาสุมตีไฟรวมกันเป็นดาบโดยอธิบายว่า

เอาเหล็กยอดพระเจดีย์มหาธาตุ ยอดปราสาททวารมาสม

เหล็กขนับผีพลายตายทั้งกลม เหล็กตรึงโลงตรึงปั้นลมสลักเพชร

หอกสัมฤทธิ์กริชทองแดงพระแสงหัก เหล็กบ้านพร้อมเสร็จทุกสิ่งแท้

เอาเหล็กบ้านไหลเหล็กหล่อบ่อพระแสง เหล็กกำแพงน้ำพี้ทั้งแร่เหล็ก

ทองคำสัมฤทธิ์นากอแจ เงินที่แท้ชาติเหล็กทองแดงดง

   การเอาโลหะหลายชนิดมารวมกันตีใบดาบนั้น คงประสงค์จะให้ดาบฟ้าฟื้นมีศักดิ์สิทธิ์ หรือที่เรียกประสิทธิภาพตามความเชื่อทางไสยศาสตร์มากกว่าจะเป็นเพราะหาแร่เหล็กดีๆไม่ได้ เมื่อรวบรวมเหล็กได้มากพอแล้ว ช่างดาบจะนำมาหลอมรวมกันแล้วีเป็นแท่ง เพื่อให้เหล็กแข็งขึ้นช่างตีดาบจะพับแท่งเหล็กตามยาวนำไปเผาและตีทบให้แบนเช่นนี้หลายครั้ง เนื้อเหล็กที่ถูกพับและตีทบกันลงไปหลายครั้งนี้นอกจากจะทำให้เนื้อเหล็กแข็งและเหนียวขึ้นแล้วยังทำให้เนื้อเหล็กเกิดลายเส้นเล็กๆ เรียงกันอยู่ในเนื้อเหล็ก ลายพวกนี้เรียกกันว่า"ลายน้ำ" ซึ่งจะปรากฏอยู่ในเนื้อเหล็กชั้นดี เช่น ใบดาบดามัสกัด ใบกระบี่ของเมืองโทเลโดในสเปนและใบดาบของญี่ปุ่น เมื่อตีจนได้ที่แล้วจึงเผาให้แดงตีแท่งเหล็กขึ้นรูปใบดาบหรือโกลนดาบ การขึ้นรูปแบบนี้เรียกตามภาษานักตีดาบว่า"หลาบเหล็ก"

IPB Image

   เมื่อได้ลักษณะที่ต้องการแล้วจึงเป็นการตกแต่งใบดาบให้เรียบโดยใช้ค้อนตีเรียกว่า"เมือกเหล็ก" หลังจากนั้นจึงเผาใบดาบเพื่อตกแต่งไปจนกว่าจะได้รูปที่พอใจเรียกว่า "กูนมีด" การเผาและตีใบดาบตกแต่งครั้งสุดท้ายเรียกว่า "ฟอกเหล็ก" เมื่อใบดาบเย็นลงแล้วจึงเอาค้อนตีเค้นใบดาบอีกครั้งให้เหล็กเป็นมันเรียกว่า "ล้ำเรียบ" จากนั้นจึงขูดทำคมดาบแทงด้วยตะไบ จนเป็นใบดาบแล้วจึงเอา "ขี้ตมเกลือ" มาเคลือบใบดาบจากนั้นจึงนำไปเผาครั้งสุดท้ายโดยวางคมดาบอยู่บนก้อนถ่านไฟ เมื่อได้โหมไปจนเหล็กแดงเปลี่ยนเป็นเขียวสีปีกแมลงทับแล้ว ช่างตีดาบจึงนำใบดาบไปชุบน้ำเรียกว่า "ชุบดาบ" ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะการทำให้เหล็กร้อนจัดแล้วเย็นลงอย่างรวดเร็วเป็นการชุบให้เหล็กแข็งแกร่ง โดยที่ด้านคมร้อนกว่าด้านสั้น คมดาบจึงแกร่งกว่า เหมาะสำหรับใช้ฟันผ่าลงไปโดยไม่บุบสลายในขณะที่สันดาบเป็นเหล็กอ่อนกว่าช่วยให้ใบดาบยืดหยุ่น จากนั้นจึงเป็นการลับใบดาบด้วยหินลับมีด ซึ่งมีความละเอียดหยาบต่างกันจนคมตามต้องการจึงนำไปเข้าด้ามและทำฝักดาบด้วยไม้ต่อไป ถ้าเป็นดาบออกสงครามแล้วด้ามและฝักดาบจะต้องทำด้วยไม้มงคลเท่านั้น เช่น ไม้สรรพระงับยา ไม้ชัยพฤกษ์ ไม้ราชพฤกษ์ เป็นต้น

IPB Image

   ในรัชกาลของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจากยุทธวิธีการสงครามแบบเดิมที่ตั้งมั่นอยู่ในกรุง ปล่อยให้ข้าศึกยกทัพมาล้อมและให้ธรรมชาติอันได้น้ำหลากเข้าท่วมจนข้าศึกต้องถอยทัพกลับไปนั้น พระองค์ได้เปลี่ยนยุทธวิธีใหม่เป็นการยกทัพสกัดข้าศึกในบริเวณ ที่ชัยภูมิได้เปรียบ สงครามนาดใหญ่และย่อยหลายครั้งทำให้มีความต้องการดาบที่ดีทั้งนาดและน้ำหนักที่ต้องทนทานและคล่องตัว เมื่อตีขึ้นแล้วยังมีโอกาสที่จะได้ทดลองดาบนั้นก็มีอยู่เสมอ นักตีดาบฝีมือดีจึงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก การได้รับความรู้จากชาวต่างประเทศที่เช้ามาทำราชการเป็นกองทหารอาสาทั้งชาวยุโรป และชาวเอเชีย มีชาวญี่ปุ่น เป็นต้น ได้ทำให้วิธีการตีดาบและคุณภาพดาบพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว วีรบุรุษเกิดจากสงครามฉันใด ดาบดีย่อมเกิดจากสงครามฉันนั้น ในยุคของกรุงศรีอยุธยาที่มีชาวต่างประเทศเข้ามาติดต่อนี้ทำให้ช่างตีดาบมีโอกาสได้เหล็กกล้าที่ถลุงและตีเป็นแท่งจนเหนียวจากยุโรปง่ายขึ้น พร้อมทั้งได้เทคนิคการตีดาบที่มีคุณภาพสูง ช่างตีดาบไทยได้ใช้วิธีเผาแท่งเหล็กด้านที่จะตีคมดาบและฝังเหล็กกล้าลงไปตลอดแนวจากนั้นจึงตีเหล็กให้ประสานกันก่อนนำไปเผาให้ร้อนจัดและตีแต่งเหล็กให้เนื้อเหล็กรวมเข้าด้วยกันเป็นชิ้นเดียวกัน ด้วยวิธีนี้นักตีดาบไทยสามารถผลิตดาบที่มีคุณภาพสูงออกมาเป็นจำนวนมากควบคู่ไปกับวิธีการผลิตใบดาบแบบเดิม ในยุคนั้นดาบของกรุงศรีอยุธยาจึงมีคุณภาพสูงนับว่าเป็นยุคทองของดาบไทยโดยแท้ ช่างตีดาบไทยได้พัฒนาทั้งรูปลักษณะและการตีดาบให้ดีขึ้นมากถึงจุดสูงสุดเช่นกัน นับเป็นความภาคภูมิใจของช่างตีดาบเองและชาวไทยทั้งหมด ความภาคภูมิใจนี้ได้มาถึงจุดสูงสุดเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระมหากษัตริย์นักรบได้ทรงตีพระสงดาบด้วยพระองค์เอง

   ดาบจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและหน้าที่ปกป้องอันยิ่งใหญ่ของชาติตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายศตวรรษการค้นพบดินปืนและนำไปสู่การสร้างปืนเล็กปืนใหญ่ขึ้นและได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในสงครามที่ละน้อยนั้น แม้จะทำให้ความโดดเด่นของดาบพร่ามัวลงบ้างก็ตาม แต่ดาบก็ยังคงเป็นอาวุธหลักของกองทัพไทย่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และในที่สุดก็มีการนำดาบกลับเข้ามาใช้ในสงครามอีกในรูปของดาบปลายปืนในฐานะที่เป็นอาวุธที่ดีและสมบูรณ์ที่สุดในการประจัญบานประชิดตัว

   ในฐานะที่เป็นอาวุธ ดาบมีความสมบูรณ์ทั้งรูปร่างและคุณสมบัติในการใช้ สิ่งที่ต้องการมีเพียงความกล้าแข็งของจิตใจผู้ใช้ดาบเท่านั้นในฐานะเป็นสัญลักษณ์ พระแสงดาบอาญาสิทธิ์ย่อมเป็นตัวแทนของอำนาจแห่งสมบัติเทพองค์พระมหากษัตริย์ พระแสงดาบประจำเมืองและดาบประจำตำแหน่งแม่ทัพนายกองย่อมเป็นสัญลักษณ์และตัวแทนแห่งยศศักดิ์อำนาจ การบริหารการปกครองต่างพระเนตรพระกรรณขององค์พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว การมอบดาบให้นับเป็นลักษณ์ของการยอมจำนนและการปฏิบัติตามกฏระเบียบ ในฐานะที่เป็นศาสตราวุธที่ใช้ในพิธีดื่มน้ำสาบานตนในขณะที่พราหมณ์อ่านพระเวทโองการแช่งน้ำดาบจึงเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์แต่เมื่อใดดาบถูกถอดออกจากฝัก และยกชูสูงขึ้นกลับเป็นสัญลักษณ์ของความแตกหัก ใบดาบที่ส่องประกายวาวบาดตาย่อมให้ความรู้สึกที่สยดสยองและความไม่ปราณีปรานอม หน้าที่ของดาบที่ถอดจากฝักมีเพยงประการเดียวคือตัดฟันให้ขาดสะบั้นไปลักษณะของดาบจึงเป็นที่ประทับใจของผู้คนทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องรู้หรือสนใจในประวัติความเป็นมาของดาบหรือแม้แต่ศิลปะของการตีดาบเล่มนี้ขึ้นมา

 

   ความงดงามของดาบที่เกิดจากลักษณะที่ออกแบบให้โค้งมนผสมกับความบึกบันของใบดาบที่บอกถึงความไม่ปราณีปรานอม สีของผิวใบดาบที่ลับจนดูใสลึกเช่นเดียวกับกระจกที่สะท้อนเงาแวววาวย่อมก่อให้เกิดเรื่องเล่าและตำนานแห่งเกียรติภูมิของตัวดาบเองในอดีตและความองอาจของเหล่านักรบผู้ปลอดดาบลงมาสะพักกับบ่าแล้วเดินเข้าสู่สงคราม

IPB Image

   หลังจากที่มีการปรับปรุงกองทัพตามแบบของยุโรปและนำอาวุธปืนเข้ามาใช้ในกองทัพในรัชกาลของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว ดาบไทยจึงกลายเป็นอาวุธที่ไม่จำเป็นและมีระดับว่าเป็นอาวุธของชาวบ้านไป ดาบไทยจึงถูกทอดทิ้งจมฝุ่นสนิมขึ้นแดงไปทั้งเล่มอยู่บนหิ้งหรือหลังตู้จนฝักไม้ผุกร่อนหลุดร่วงไป การขาดความเอาใจใส่ในการถ่ายทอดวีรกรรมของบรรพบุรุษที่ถือดาบคู่มือเดินเข้าสู่สมรภูมิด้วยความอาจหาญทำให้ขาดการสืบทอดผู้สืบสกุลขาดทั้งความรู้และสำนึกในคุณค่าความสำคัญของอาวุธนี้ ดาบไทยจำนวนหลายพันเล่มจึงมีชะตากรรมเหมือนๆกันที่มีการนำไปดายหญ้าและจบลงในเบ้าหลอมเศษโลหะ ดาบที่มีโลหะมีค่าเล่นเงินทองหุ้มที่ฝักหรือด้าม ถ้าไม่ถูกแกะโลหะออกมาขายก็มักจะถูกนำไปขายในร้านค้าของเก่าและนำออกนอกประเทศ ความเชื่อของคนไทยที่ว่าวิญญาณผู้ตายย่อมสิงอยู่ในดาบเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ผู้มีกำลังทรัพย์รังเกียจที่จะซื้อดาบและนำเข้ามาในบ้าน มีส่วนน้อยที่หลงเหลืออยู่ตามบ้านของทายาทผละผู้ที่เห็นจิตวิญญาณของความเป็นชาติไทยและคุณค่าของดาบไทย มีไม่มากนักที่ได้รับการพิจารณาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ ดาบไทยจึงไม่เพียงแต่จะหายไปจากประวัติศาสตร์ของชาติเท่านั้นแต่ได้ถูกลบเลือนหายไปจากสำนึกของคนไทยทั้งชาติเช่นกัน

   สนิมเหล็กและความผุพังเกิดกับดาบได้ง่ายในประเทศที่ร้อนชื้นเช่นนี้ก็จริง แต่ก็ยังไม่สำคัญเท่ากับสนิมในใจคนของคนไทยที่มีต่อดาบที่กรำงานหนักแห่งสงครามเคียงคู่กับนักรบไทยมาหลายร้อยปี ในวันนี้ดาบไทยอีกจำนวนมากมีวางขายอยู่ในร้านขายของเก่าเพื่อรอคอยเจ้าของคนใหม่และดาบอีกจำนวนมากถูกปล่อยให้เป็นสนิมเหมือนท่อนเหล็กไร้ค่า

   การที่กรมสรรพาวุธทหารบกจัดนิทรรศการดาบและกระบี่ขึ้นที่สโมสรกรมสรรพาวุธตั้งแต่วันที่20-27 ส.ค.นี้โดยเปิดให้ประชาชนเช้าชมได้อาจเป็นนิมิตหมายที่ดีของจุดเริ่มต้นการอนุรักษ์ศิลปะและประวัติอันโดดเด่นของดาบไทยไว้ก่อนที่จะไม่มีอะไรเล่าให้หลานฟังก่อนนอน

 

                                                                                                                    นวรัตน์ เลขะกุล

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ท่าน อ.นวรัตน์ เลขะกุล ได้เขียนบทความนี้เนื่องในโอกาส การจัดนิทรรศการดาบและกระบี่ ซึ่งจัดโดย กรมสรรพาวุธทหารบก  ท่าน อ.เนาวรัตน์ เลขะกุล ท่านดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นผู้บรรยายพิเศษสาขาวิชาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจญี่ปุ่นคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเอกชนอีกหลายแห่ง มีความสนใจพิเศษในเรื่องประวัติศาสตร์ การสะสมของเก่า และการจัดดอกไม้เขียนบทความประจำใน "ผู้จัดการายวัน" ที่สำคัญท่านยังนับว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธโบราณอีกท่านหนึ่งอีกด้วย

สำนักดาบศาสตรายุทธ์ ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ สำหรับความเมตตาที่ท่านได้มอบแก่พวกเรา และขอขอบคุณ คุณบัญชา ทองโกมล สำหรับคำแนะนำและภาพประกอบที่ทรงคุณค่าครับ

 




บทความใหม่ / New Toppic

ง้าว อาวุธแห่ง ราชา article
ครูทึ่ม สอนอะไร article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.